ย้ายระบบจากผู้ให้บริการเดิม ต้องเตรียมอะไรบ้าง

ย้ายระบบจากผู้ให้บริการเดิม ต้องเตรียมอะไรบ้าง

การย้ายระบบหลังบ้านจากผู้ให้บริการเดิมเป็นงานที่คนกลัวมากกว่าที่ควรจะเป็น ความกลัวหลักคือข้อมูลหาย ลูกค้าใช้งานไม่ได้ระหว่างย้าย และทีมงานต้องเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด ความจริงคือทั้งสามอย่างจัดการได้หมดถ้าเตรียมตัวถูก บทความนี้รวมสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนย้ายระบบ ลำดับขั้นตอนที่ควรทำ และจุดที่คนพลาดบ่อยที่สุด

สัญญาณว่าถึงเวลาต้องย้าย

ก่อนจะพูดถึงวิธีย้าย ควรแยกให้ออกก่อนว่าปัญหาที่เจออยู่แก้ด้วยการย้ายจริงไหม เพราะการย้ายมีต้นทุนและความเสี่ยง ถ้าปัญหาแก้ได้ด้วยการคุยกับผู้ให้บริการเดิม ก็ไม่จำเป็นต้องย้าย

สัญญาณที่บอกว่าควรย้ายจริงมีอยู่ไม่กี่อย่าง ได้แก่ ค่าใช้จ่ายบานปลายจนควบคุมไม่ได้ ระบบล่มบ่อยและไม่มีใครรับผิดชอบ ขอฟีเจอร์ที่จำเป็นแล้วไม่ได้สักที ทีมพัฒนาเดิมหายไปหลังส่งมอบ หรือขอข้อมูลของตัวเองแล้วได้มาช้าและไม่ครบ

ถ้าปัญหาคือระบบใช้ยากหรือทีมงานยังไม่ชิน อาจแก้ด้วยการขอเทรนนิ่งเพิ่มก่อนก็ได้ การย้ายควรเป็นทางเลือกเมื่อปัญหาอยู่ที่ตัวผู้ให้บริการ ไม่ใช่ที่ความคุ้นเคยของทีม

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่ม

1ตรวจสัญญาเดิมให้ครบก่อน

ข้อแรกที่ต้องทำก่อนคุยกับผู้ให้บริการรายใหม่ด้วยซ้ำ คืออ่านสัญญาเดิมว่าเขียนเรื่องการยกเลิกไว้อย่างไร ต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน มีค่าปรับหรือไม่ และที่สำคัญที่สุดคือขอข้อมูลออกได้ในรูปแบบไหน ภายในกี่วัน

ถ้าสัญญาไม่ได้เขียนเรื่องนี้ไว้ ให้ส่งอีเมลหรือข้อความขออย่างเป็นทางการก่อนแจ้งยกเลิก เพราะเมื่อแจ้งยกเลิกแล้ว อำนาจต่อรองของคุณจะน้อยลงทันที

ข้อควรระวังอย่าเพิ่งแจ้งยกเลิกกับเจ้าเดิมจนกว่าจะได้ข้อมูลออกมาครบและตรวจแล้วว่าใช้ได้จริง หลายรายพลาดตรงนี้แล้วต้องยอมจ่ายเพิ่มเพื่อขอข้อมูลคืน

2ทำรายการข้อมูลที่ต้องย้ายให้ครบ

คนส่วนใหญ่นึกถึงแค่ฐานข้อมูลสมาชิก แต่ข้อมูลที่ต้องย้ายจริงมีมากกว่านั้น ลิสต์ให้ครบก่อนแล้วค่อยคุยกับทั้งสองฝ่าย จะได้ไม่มีอะไรตกหล่น

  1. 1ข้อมูลสมาชิก ชื่อ ข้อมูลติดต่อ วันที่สมัคร สถานะบัญชี และยอดคงเหลือในกระเป๋าเงิน
  2. 2ประวัติธุรกรรม รายการเงินเข้าออกย้อนหลัง พร้อม transaction ID และเวลา ควรขอย้อนหลังอย่างน้อยเท่าที่กฎหมายภาษีกำหนด
  3. 3โครงสร้างพันธมิตรและตัวแทน ใครอยู่ใต้ใคร อัตราค่าตอบแทน และยอดค้างจ่าย ข้อนี้ซับซ้อนที่สุดและพลาดบ่อยที่สุด
  4. 4บัญชีผู้ใช้ของทีมงาน รายชื่อพนักงานและสิทธิ์ที่แต่ละคนมี ใช้ตั้งค่าใหม่ในระบบใหม่ได้เร็วขึ้น
  5. 5การตั้งค่าระบบ ช่องทางชำระเงินที่เชื่อมไว้ เงื่อนไขอนุมัติ วงเงิน และการตั้งค่าที่ปรับแต่งเอาไว้
  6. 6เนื้อหาและไฟล์ บทความในเว็บ รูปภาพ และไฟล์ที่อัปโหลดไว้ รวมถึง URL เดิมเพื่อทำ redirect

3ตกลงรูปแบบไฟล์กับทั้งสองฝ่าย

จุดที่ทำให้การย้ายล่าช้าบ่อยที่สุดคือเจ้าเดิมส่งไฟล์มาในรูปแบบที่เจ้าใหม่ใช้ต่อไม่ได้ ทางแก้คือให้ผู้ให้บริการรายใหม่ระบุมาก่อนว่าต้องการไฟล์แบบไหน แล้วส่งข้อกำหนดนั้นให้เจ้าเดิมพร้อมกับคำขอข้อมูล

รูปแบบที่ปลอดภัยที่สุดคือ CSV สำหรับตารางข้อมูล และ SQL dump สำหรับฐานข้อมูลทั้งชุด ควรระบุด้วยว่าต้องการ encoding เป็น UTF-8 เพราะข้อมูลภาษาไทยมักเพี้ยนตรงนี้

4วางแผนช่วงเวลาย้าย

เลือกช่วงที่มีปริมาณธุรกรรมน้อยที่สุด ส่วนใหญ่คือกลางดึกของวันธรรมดา ไม่ใช่วันหยุดยาวอย่างที่หลายคนคิด เพราะถ้าเกิดปัญหาในวันหยุดยาว การประสานกับธนาคารหรือผู้ให้บริการอื่นจะทำได้ยากกว่ามาก

แจ้งลูกค้าล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ระบุช่วงเวลาที่อาจใช้งานไม่ได้ให้ชัดเจน และบอกช่องทางติดต่อสำรองระหว่างนั้น ความโปร่งใสตรงนี้ทำให้ลูกค้าเข้าใจมากกว่าการปิดเงียบแล้วให้มาเจอเอง

5ขอแผนย้อนกลับเป็นลายลักษณ์อักษร

ก่อนเริ่มย้ายจริง ต้องมีคำตอบชัดเจนว่าถ้าย้ายแล้วเจอปัญหาใหญ่ จะกลับไปใช้ระบบเดิมได้อย่างไร ภายในกี่ชั่วโมง และใครเป็นคนตัดสินใจ

ในทางปฏิบัติคืออย่าเพิ่งปิดระบบเดิมทันทีที่ระบบใหม่เปิด ควรให้ระบบเดิมอยู่ในสถานะอ่านอย่างเดียวไว้อีกอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เผื่อต้องกลับไปตรวจข้อมูลย้อนหลัง

ลำดับขั้นตอนการย้ายที่ปลอดภัย

การย้ายที่ราบรื่นไม่ได้ทำในวันเดียว แต่แบ่งเป็นช่วงชัดเจน

ช่วงสิ่งที่ทำผลที่ต้องได้
เตรียมการตรวจสัญญาเดิม ทำรายการข้อมูล ตกลงรูปแบบไฟล์รู้ขอบเขตงานและความเสี่ยงทั้งหมด
ขอข้อมูลขอไฟล์จากเจ้าเดิม ตรวจความครบถ้วนได้ข้อมูลครบและเปิดอ่านได้จริง
ทดสอบนำเข้าข้อมูลในระบบทดสอบ สุ่มตรวจความถูกต้องยอดและจำนวนรายการตรงกับของเดิม
เทรนทีมสอนทีมงานใช้ระบบใหม่ก่อนเปิดจริงทีมทำงานได้เองในวันเปิด
ย้ายจริงนำเข้าข้อมูลรอบสุดท้าย สลับระบบระบบใหม่เดิน ระบบเดิมอ่านอย่างเดียว
ติดตามผลเฝ้าดูใกล้ชิด 2 สัปดาห์แรกไม่มีข้อมูลตกหล่นและยอดตรงทุกวัน

เลื่อนตารางไปทางซ้ายขวาเพื่อดูทุกคอลัมน์

สิ่งที่ต้องตรวจหลังนำเข้าข้อมูล

อย่าเชื่อว่านำเข้าสำเร็จแล้วข้อมูลถูกต้อง ต้องตรวจเองทุกครั้ง สี่อย่างนี้ตรวจได้เร็วและจับปัญหาได้เกือบทั้งหมด

  1. 1นับจำนวนให้ตรง จำนวนสมาชิกและจำนวนรายการธุรกรรมในระบบใหม่ต้องเท่ากับของเดิมเป๊ะ ถ้าต่างแม้แต่รายการเดียวต้องหาให้เจอว่าหายไปไหน
  2. 2รวมยอดให้ตรง ผลรวมยอดคงเหลือของสมาชิกทั้งหมดต้องเท่ากัน เป็นวิธีจับข้อมูลเพี้ยนที่เร็วที่สุด
  3. 3สุ่มตรวจรายบุคคล เลือกสมาชิกสัก 20 คนที่มีลักษณะต่างกัน แล้วเทียบข้อมูลทีละฟิลด์กับระบบเดิม
  4. 4ตรวจภาษาไทยและอักขระพิเศษ ชื่อภาษาไทยที่กลายเป็นเครื่องหมายคำถามคือปัญหา encoding ต้องแก้ก่อนเปิดใช้จริง ห้ามปล่อยผ่าน

สามข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุด

แจ้งยกเลิกก่อนได้ข้อมูลพอแจ้งยกเลิกแล้ว ความร่วมมือจากเจ้าเดิมจะลดลงทันที บางรายถึงขั้นคิดค่าดึงข้อมูลเพิ่ม ให้ขอข้อมูลและตรวจเสร็จก่อนเสมอ

ลืมทำ redirect ของ URL เดิมถ้าเว็บเดิมมีบทความที่ติดอันดับอยู่แล้ว การเปลี่ยนโครงสร้าง URL โดยไม่ทำ 301 redirect จะทำให้อันดับที่สะสมมาหายทั้งหมด ข้อนี้กู้คืนยากที่สุด

ปิดระบบเดิมเร็วเกินไปปัญหาบางอย่างเพิ่งโผล่หลังใช้งานจริงไปสองสัปดาห์ ถ้าปิดระบบเดิมไปแล้วจะไม่มีอะไรให้เทียบเลย ควรเก็บไว้ในสถานะอ่านอย่างเดียวก่อน

คำถามที่ควรถามผู้ให้บริการรายใหม่

ก่อนตัดสินใจย้ายไปเจ้าไหน ควรได้คำตอบห้าข้อนี้เป็นลายลักษณ์อักษร

  1. 1ค่าย้ายระบบเท่าไร มีเงื่อนไขอะไรบ้าง และครอบคลุมข้อมูลประเภทไหน
  2. 2ใช้เวลาย้ายทั้งหมดกี่วัน และช่วงที่ใช้งานไม่ได้จริงนานแค่ไหน
  3. 3ถ้าข้อมูลจากเจ้าเดิมไม่ครบหรือรูปแบบไม่ตรง ใครรับผิดชอบแก้
  4. 4แผนย้อนกลับเป็นอย่างไร ใช้เวลากู้คืนกี่ชั่วโมง
  5. 5หลังย้ายเสร็จมีช่วงซัพพอร์ตเข้มข้นไหม นานแค่ไหน

สรุป

การย้ายระบบไม่ได้น่ากลัวถ้าเตรียมครบ หัวใจอยู่ที่สามอย่าง คือได้ข้อมูลออกมาครบและตรวจแล้วก่อนแจ้งยกเลิก ทดสอบนำเข้าในระบบทดสอบก่อนย้ายจริง และไม่ปิดระบบเดิมจนกว่าจะมั่นใจ

สิ่งที่ทำให้การย้ายล้มเหลวมักไม่ใช่เรื่องเทคนิค แต่เป็นการรีบเกินไปในขั้นตอนตรวจสอบ ยอมช้าอีกสองสัปดาห์ดีกว่าเสียข้อมูลลูกค้าที่สะสมมาหลายปี

อ่านต่อในหัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ปรึกษาแผนย้ายระบบก่อนตัดสินใจ

บอกเราว่าตอนนี้ใช้ระบบอะไรอยู่ มีข้อมูลประมาณเท่าไร และติดปัญหาอะไร ทีมงานจะประเมินขอบเขตงานและระยะเวลาให้ พร้อมบอกตรง ๆ ถ้าคิดว่ายังไม่ควรย้าย

ดูรายละเอียดบริการย้ายระบบและเงื่อนไขได้ที่ หน้าแพ็กเกจ หรือดูระบบทั้งหมดที่ หน้าบริการ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษา