คำถามที่เจ้าของเว็บไทยถามกันมากคือ ควรเขียนบทความลงในเว็บหลักเลย หรือทำเว็บแยกอีกชุดหนึ่งไว้ดักคำค้นแล้วส่งคนกลับมาที่เว็บหลัก บทความนี้เปรียบเทียบสองวิธีตามความเป็นจริง ทั้งผลลัพธ์ ต้นทุน และความเสี่ยง เพื่อให้ตัดสินใจได้จากข้อมูล ไม่ใช่จากคำโฆษณาของคนรับทำ SEO
เว็บครอบคืออะไร
เว็บครอบหรือที่เรียกกันว่าเว็บดัก คือการสร้างเว็บไซต์แยกขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง มักใช้โดเมนคนละตัว ใส่เนื้อหาที่เขียนขึ้นเพื่อดักคำค้นโดยเฉพาะ แล้วเมื่อคนเข้ามาก็ส่งต่อไปยังเว็บหลักที่ต้องการขายจริง
ในวงการ SEO สากลเรียกวิธีนี้ว่า doorway pages หรือหน้าทางเข้า ลักษณะสำคัญคือหน้าเหล่านั้นไม่ได้มีไว้ให้คนอ่านจริง แต่มีไว้เพื่อให้ติดอันดับแล้วส่งคนต่อ
ทำไมคนถึงยังทำกัน
เหตุผลที่คนเลือกวิธีนี้พอเข้าใจได้ อย่างแรกคือเว็บหลักบางเว็บแก้ยาก ไม่มีระบบใส่บทความในตัว การไปสร้างเว็บแยกจึงเร็วกว่า อย่างที่สองคือความคิดว่ายิ่งมีเว็บเยอะยิ่งกินพื้นที่ในหน้าผลค้นหาได้มาก และอย่างที่สามคือคนรับทำ SEO บางรายเสนอวิธีนี้เพราะทำง่ายและเห็นผลเร็วในช่วงแรก
ปัญหาคือเหตุผลทั้งสามข้อมองแค่ระยะสั้น และข้อแรกซึ่งเป็นเหตุผลที่แท้จริงที่สุด แก้ได้ด้วยการเปลี่ยนไปใช้ระบบที่ใส่บทความในหน้าเว็บได้เลย ไม่ใช่ด้วยการสร้างเว็บเพิ่ม
Google มองวิธีนี้อย่างไร
Google ระบุ doorway pages ไว้ในนโยบายสแปมอย่างชัดเจน โดยจัดเป็นการกระทำที่ละเมิดนโยบาย ไม่ใช่แค่เทคนิคที่ไม่แนะนำ อ่านฉบับเต็มได้ที่ เอกสารนโยบายสแปมของ Google
บทลงโทษมีตั้งแต่หน้าเหล่านั้นถูกลดอันดับหรือถูกถอดออกจากดัชนี ไปจนถึงกรณีที่รุนแรงกว่านั้นคือเว็บหลักที่รับทราฟฟิกมาถูกกระทบไปด้วย ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่คนทำมักไม่ได้บอกลูกค้า
จุดที่ต้องแยกให้ออกคือ การมีหลายหน้าที่เจาะคำค้นต่างกันไม่ใช่เรื่องผิด ถ้าแต่ละหน้ามีเนื้อหาที่แตกต่างและมีประโยชน์จริงกับคนอ่าน สิ่งที่ผิดคือการสร้างหน้าที่แทบไม่ต่างกัน เขียนขึ้นเพื่อเครื่องมือค้นหาโดยเฉพาะ และไม่ได้ตั้งใจให้คนอ่านจริง
เทียบสองวิธีตามความเป็นจริง
| หัวข้อ | ทำ SEO ในหน้าเว็บหลัก | ทำเว็บครอบ |
|---|---|---|
| สถานะตามนโยบาย Google | ถูกต้องตามแนวทาง | อยู่ในรายการสแปม |
| ความเร็วที่เห็นผล | ช้ากว่าในช่วงแรก | เร็วกว่าช่วงแรก |
| ความยั่งยืน | สะสมขึ้นเรื่อย ๆ | หายได้ทั้งหมดเมื่อถูกตรวจพบ |
| ผลต่ออำนาจโดเมน | สะสมที่โดเมนเดียว แข็งขึ้นตามเวลา | กระจายไปหลายโดเมน ไม่สะสม |
| ต้นทุนดูแล | ดูแลเว็บเดียว | ต่ออายุโดเมนและดูแลหลายเว็บ |
| ความเสี่ยงต่อแบรนด์ | ไม่มี | ถูกมองว่าไม่น่าเชื่อถือถ้าลูกค้าจับได้ |
| ใช้ข้อมูลต่อยอดได้ | ได้ ข้อมูลอยู่ที่เดียว | ยาก ข้อมูลกระจาย |
เลื่อนตารางไปทางซ้ายขวาเพื่อดูทุกคอลัมน์
ทำ SEO ในหน้าเว็บให้ได้ผลต้องทำอะไรบ้าง
1เขียนจากคำถามที่ลูกค้าถามจริง
วิธีหาหัวข้อที่ได้ผลที่สุดไม่ใช่การเปิดเครื่องมือหาคำค้น แต่คือการเปิดกล่องแชทของทีมซัพพอร์ตแล้วดูว่าลูกค้าถามอะไรซ้ำ ๆ คำถามที่ถูกถามสิบครั้งต่อเดือนคือหัวข้อที่มีคนค้นหาแน่นอน และคุณตอบได้ดีกว่าใครเพราะเจอมาเอง
2หนึ่งหน้าต่อหนึ่งเรื่อง
อย่าเขียนหน้าเดียวที่พูดสิบเรื่อง และอย่าเขียนสิบหน้าที่พูดเรื่องเดียวกัน กรณีหลังเรียกว่าคีย์เวิร์ดกินกันเอง ซึ่งทำให้ Google ไม่รู้ว่าควรดันหน้าไหน สุดท้ายไม่มีหน้าไหนติดเลย
วิธีตรวจง่าย ๆ คือถ้าสองหน้าตอบคำถามเดียวกันได้ ควรรวมเป็นหน้าเดียวแล้วทำให้ดีกว่าเดิม
3เชื่อมโยงหน้าภายในให้เป็นกลุ่ม
บทความที่ยืนอยู่คนเดียวมีพลังน้อยกว่าบทความที่เชื่อมกับหน้าอื่นที่เกี่ยวข้อง เมื่อคุณมีบทความหลายชิ้นในเรื่องใกล้กันแล้วลิงก์ถึงกัน Google จะเข้าใจว่าเว็บคุณมีความรู้ลึกในเรื่องนั้น
ที่สำคัญคือใช้ข้อความลิงก์ที่บอกว่าปลายทางคืออะไร ไม่ใช่คำว่าคลิกที่นี่ เพราะข้อความลิงก์เป็นสัญญาณที่ Google ใช้ตัดสินว่าหน้าปลายทางเกี่ยวกับอะไร
4ระบุคนเขียนให้ชัด
Google ให้น้ำหนักกับสัญญาณความน่าเชื่อถือมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในหมวดที่เกี่ยวกับเงินและการตัดสินใจสำคัญ บทความที่ระบุชื่อผู้เขียนพร้อมตำแหน่งและประสบการณ์ มีน้ำหนักกว่าบทความที่เขียนโดยผู้ใช้ชื่อ admin
5อัปเดตของเดิมก่อนเขียนใหม่
บทความที่เคยเขียนไว้แล้วและเริ่มมีอันดับ มักได้ผลจากการปรับปรุงมากกว่าการเขียนชิ้นใหม่ตั้งแต่ต้น เพราะมันสะสมสัญญาณไว้บ้างแล้ว ควรกลับไปดูของเดิมทุกไตรมาสว่ามีอะไรล้าสมัยหรือเพิ่มเติมได้บ้าง
ความเสี่ยงของเว็บครอบที่คนมองข้าม
เสียทั้งหมดในครั้งเดียวเมื่อ Google ปรับอัลกอริทึมหรือตรวจพบ ทราฟฟิกจากทุกเว็บครอบจะหายพร้อมกัน ไม่ใช่ทยอยลด ซึ่งกระทบรายได้ทันทีโดยไม่มีเวลาเตรียมตัว
ไม่ได้เป็นเจ้าของสิ่งที่สร้างถ้าจ้างคนอื่นทำ โดเมนและเนื้อหามักอยู่ในชื่อเขา เมื่อเลิกจ้าง ทุกอย่างหายไปพร้อมกัน หรือกลายเป็นเครื่องมือต่อรองที่คุณเสียเปรียบ
กระทบเว็บหลักได้การเชื่อมโยงกันระหว่างเว็บครอบกับเว็บหลักอย่างชัดเจน ทำให้ปัญหาลามมาถึงเว็บที่คุณลงทุนสร้างแบรนด์ไว้จริง ซึ่งกู้คืนยากกว่ามาก
ถ้าตอนนี้มีเว็บครอบอยู่แล้วควรทำอย่างไร
ไม่ต้องรีบปิดทั้งหมดในวันเดียว เพราะจะเสียทราฟฟิกทันทีโดยยังไม่มีอะไรมาทดแทน ทำตามลำดับนี้จะปลอดภัยกว่า
- 1ดูว่าเว็บครอบไหนมีทราฟฟิกจริง และคำค้นไหนที่ได้ผล
- 2เขียนเนื้อหาในเว็บหลักให้ครอบคลุมคำค้นเหล่านั้น โดยเขียนให้ดีกว่าเดิมและมีประโยชน์จริง
- 3รอให้หน้าใหม่ในเว็บหลักเริ่มมีอันดับก่อน ปกติใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
- 4ทยอยทำ 301 redirect จากหน้าเว็บครอบมายังหน้าที่ตรงกันในเว็บหลัก ทีละส่วนไม่ใช่ทีเดียวหมด
- 5ติดตามผลใน Search Console ว่าทราฟฟิกย้ายมาจริงก่อนปิดโดเมนเดิม
สรุป
เว็บครอบเร็วกว่าในช่วงแรกแต่แลกด้วยความเสี่ยงที่ทำให้เสียทุกอย่างได้ในครั้งเดียว ส่วนการทำ SEO ในหน้าเว็บหลักช้ากว่าแต่สะสมและเป็นของคุณจริง
เหตุผลที่คนหันไปทำเว็บครอบส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะมันดีกว่า แต่เพราะระบบเว็บเดิมใส่บทความเองไม่ได้ ถ้าแก้ที่ต้นเหตุคือใช้ระบบที่เขียนบทความในหน้าเว็บได้เลย ปัญหานี้ก็หมดไปโดยไม่ต้องเสี่ยง
- ระบบ ALLFORBET ที่ใส่บทความ SEO ในหน้าเว็บได้เลยไม่ต้องทำเว็บครอบแยกอีกชั้น
- ส่ง SMS ให้ลูกค้าเปิดอ่าน Sender Name สำคัญอย่างไรอีกช่องทางการตลาดที่ทำงานในระบบเดียวกัน
- เลือกผู้ให้บริการระบบหลังบ้าน 7 ข้อที่ต้องตรวจถามให้ชัดว่าระบบใส่บทความในหน้าเว็บได้หรือไม่
- บริการทั้งหมด รวมระบบ ALLFORBET และ XGAMBETดูเครื่องมือการตลาดที่มีในแต่ละระบบ
อยากใส่บทความในหน้าเว็บได้เอง
นัดดูเดโม่กับทีมงาน เราจะเปิดหน้าจัดการเนื้อหาในระบบจริงให้ดู ตั้งแต่การสร้างบทความ ตั้งค่า SEO ของแต่ละหน้า จนถึงการเชื่อมโยงหน้าภายใน
ดูรายละเอียดระบบได้ที่ หน้าบริการ หรือดูราคาแบบเปิดเผยที่ หน้าแพ็กเกจ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษาและดูเดโม่

